บทความเพื่อการประชาสัมพันธ์ด้านสั

บทความเพื่อการประชาสัมพันธ์ด้านสังคม

เรื่อง โรคหอบหืด
เรียบเรียงโดย ชมพูนุช หุ่นช่างทอง
********************
โรคหอบหืด เป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญของประชากรโลก ปัจจุบันมีผู้ป่วยด้วยโรคหอบหืดมากถึงปีละ 150 ล้านคน ในแต่ละปีมีผู้เสียชีวิตด้วยโรคนี้ไม่น้อยกว่า 60,000 คน และมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นในหลายภูมิภาคของโลก ส่วนในประเทศไทยมีผู้ป่วยโรคหอบหืดประมาณ 3-5 ล้านคน เสียชีวิตปีละประมาณ 1,000 คน โดยพบว่าประชากรส่วนใหญ่ที่เป็นโรคหอบหืดมักอาศัยอยู่ในเขตกรุงเทพฯ และในเขตเมืองใหญ่ เนื่องจากอยู่ในสภาวะแวดล้อมที่เป็นพิษ

โรคหอบหืดหรือโรคภูมิแพ้ทางเดินหายใจ เป็นโรคภูมิแพ้ชนิดหนึ่งเกิดจากการอักเสบที่หลอดลมของปอด ทำให้กล้ามเนื้อหลอดลมหดตัวอย่างรุนแรง ผู้ป่วยจึงหายใจไม่สะดวก เป็นผลให้มีอากาศเข้าสู่ปอดได้น้อยกว่าปกติ ซึ่งอาการดังกล่าวจะรุนแรงแตกต่างกันไป แต่หากมีอาการรุนแรงมากอาจถึงขั้นเสียชีวิตอย่างเฉียบพลันได้ ปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคหอบหืด คือ พันธุกรรม จากการวิจัยพบว่าหากพ่อหรือแม่เป็นโรคหอบหืด ลูกมีความเสี่ยงเป็นโรคหอบหืด 20 เปอร์เซ็นต์ หากทั้งพ่อและแม่เป็นโรคหอบหืด ลูกมีความเสี่ยงเป็นโรคหอบหืดมากถึง 60 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้ ฝุ่นละออง ควันไอเสียจากรถยนต์หรือเครื่องจักรกล ตัวไรฝุ่น แมลงสาบ เกสรหญ้า และสภาวะแวดล้อมเป็นพิษ นับเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดโรคหอบหืดได้

ผู้ป่วยหอบหืดจะมีอาการไอเป็น ๆ หาย ๆ แน่นหน้าอก หายใจไม่สะดวก เวลาหายใจมีเสียงดังวี้ด ๆ และบางครั้งอาจหายใจไม่ออกจนถึงขั้นเสียชีวิตได้ แต่อาการดังกล่าวจะเกิดขึ้นเมื่อผู้ป่วยมีอาการหอบหืดกำเริบ ดังนั้น เพื่อป้องกันอาการดังกล่าว ผู้ป่วยจึงควรหลีกเลี่ยงไรฝุ่น ขนสัตว์ เชื้อรา ละออกเกสร มลภาวะทางอากาศ ควันบุหรี่ อากาศที่หนาวเย็น การออกกำลังกายอย่างหักโหม และความเครียด

การป้องกันและรักษาอาการกำเริบของโรคหอบหืด ได้แก่ ขั้นป้องกันอาการกำเริบ โดยหลีกเลี่ยงมลพิษและสารก่อภูมิแพ้ งดสูบบุหรี่ ดูแลรักษาความสะอาดภายในบ้าน และออกกำลังกายอย่างพอเหมาะ ขั้นการรักษาทางยา เป็นการรักษาที่ใช้ยาขยายหลอดลมระงับอาการหอบหืดเมื่อมีอาการเกิดขึ้น และขั้นฉีดสารภูมิแพ้ แพทย์จะฉีดสารภูมิแพ้ที่ผู้ป่วยแพ้เข้าใต้ผิวหนัง เริ่มจากปริมาณน้อย ๆ และเพิ่มมากขึ้นตามลำดับจนผู้ป่วยมีอาการดีขึ้น แพทย์จึงพิจารณาหยุดฉีด โดยทั่วไปผู้ป่วยต้องฉีดสารดังกล่าวประมาณ 3-5 ปี อาการจึงจะดีขึ้น

อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยโรคหอบหืดควรดูแลตนเอง โดยหลีกเลี่ยงสารที่เป็นสาเหตุของการระคายเคืองหรือก่อภูมิแพ้ และควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ พักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เพื่อลดความเสี่ยงจากอาการหอบหืดกำเริบและมีร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรงยิ่งขึ้น

สนใจบทความนี้ ติดต่อ ส่วนการประชาสัมพันธ์ สำนักพัฒนาการประชาสัมพันธ์ กรมประชาสัมพันธ์ โทร. 0-2618-2323 ต่อ 1626-1627
*********************

ชมพูนุช/พิมพ์/23 พ.ย.49
............................กรรมการตรวจทาน
...........พ.ย.49

Filed under : EDITION : Thai Edition